รีวิว MacBook Neo โน้ตบุ๊กสุดคุ้มในงบสองหมื่น จุดเริ่มต้นที่ลงตัวของชาวแอปเปิล

สวัสดีครับ แต้มเองครับ วันนี้ผมมีของเล่นชิ้นใหม่ที่เพิ่งได้มาลองสัมผัสด้วยตัวเอง นั่นก็คือโน้ตบุ๊กน้องใหม่ล่าสุดที่กำลังสั่นสะเทือนวงการสุดๆ ครับ ใครจะไปคิดว่าเราจะสามารถเป็นเจ้าของแมคบุ๊กได้ในราคาเริ่มต้นเพียงไม่ถึงสองหมื่นบาท

หลังจากที่ผมได้ลองพกพาเครื่องสีน้ำเงินครามไปนั่งทำงานตามร้านกาแฟตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ผมสัมผัสได้ถึงความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมากครับ วันนี้ผมเลยอยากจะมาเล่าประสบการณ์ตรงให้ฟังแบบเจาะลึกถึงแก่นเลยครับ

รับรองว่าบทความนี้จะช่วยไขข้อข้องใจให้ทุกคนได้อย่างแน่นอนครับ ว่าโน้ตบุ๊กราคาประหยัดรุ่นนี้จะตอบโจทย์การเรียนและการทำงานในชีวิตประจำวันของเราได้ดีและคุ้มค่าขนาดไหนครับ

ดีไซน์สัมผัสพรีเมียมในน้ำหนักที่เบาหวิว

สัมผัสแรกที่ผมหยิบเครื่องนี้ขึ้นมาจากกล่อง ความรู้สึกเย็นๆ ของบอดี้อลูมิเนียมยังคงให้ความรู้สึกหรูหราตามมาตรฐานของแอปเปิลไม่เปลี่ยนเลยครับ แม้จะเป็นรุ่นราคาประหยัดแต่การประกอบก็ทำได้แน่นหนามากครับ

น้ำหนักตัวเครื่องที่เบาเพียงกิโลกรัมเศษๆ ทำให้ผมสามารถใส่กระเป๋าสะพายข้างใบเก่งแล้วเดินตัวปลิวขึ้นรถไฟฟ้าได้สบายๆ ครับ ไม่รู้สึกปวดไหล่เหมือนตอนพกโน้ตบุ๊กเครื่องเก่าเลยครับ

ยิ่งตอนที่แสงแดดอ่อนๆ ยามบ่ายส่องมากระทบกับฝาหลังสีน้ำเงินคราม มันดูโดดเด่นและมีเอกลักษณ์มากๆ ครับ เป็นดีไซน์ที่ผมกล้าบอกเลยว่าหยิบขึ้นมาใช้ที่ไหนก็ดูดีมีสไตล์แน่นอนครับ

ประสบการณ์ภาพและเสียงที่ตอบโจทย์วันพักผ่อน

เมื่อกางหน้าจอขนาดสิบสามนิ้วขึ้นมา สีสันที่แสดงผลผ่านจอภาพลิควิดเรตินามีความสดใสและคมชัดเตะตาผมมากครับ เวลาที่ผมเปิดดูซีรีส์เรื่องโปรด ภาพที่ได้มีมิติและสวยงามเต็มตาจริงๆ ครับ

ถึงแม้ขอบจอจะดูหนากว่ารุ่นพี่อย่างแมคบุ๊กแอร์อยู่บ้าง แต่พอใช้งานไปสักพักผมก็แทบจะลืมจุดนี้ไปเลยครับ เพราะคุณภาพของภาพที่ได้มันดึงดูดความสนใจไปจนหมดครับ

ส่วนเรื่องเสียงลำโพงที่ให้มาสองตัวนั้น ให้เสียงร้องที่ใสและชัดเจนมากครับ แม้เสียงเบสอาจจะไม่ได้หนักแน่นกระแทกใจมากนัก แต่สำหรับการเปิดเพลงคลอฟังสบายๆ ตอนนั่งทำงาน ผมถือว่าสอบผ่านฉลุยครับ

ประสิทธิภาพการใช้งานจริงกับชิปเซ็ตสุดอัจฉริยะ

เรื่องขุมพลังภายในเป็นสิ่งที่ผมประหลาดใจที่สุดครับ การนำชิปเซ็ตเอสิบแปดโปรซึ่งเป็นหัวใจหลักของสมาร์ทโฟนรุ่นท็อปมาใส่ในโน้ตบุ๊ก มันให้ผลลัพธ์ที่ลื่นไหลเกินคาดจริงๆ ครับ

ผมลองเปิดหน้าเว็บเบราว์เซอร์ทิ้งไว้หลายสิบหน้า สลับกับการพิมพ์งานเอกสารและตอบอีเมลลูกค้า ตัวเครื่องยังคงตอบสนองได้รวดเร็วทันใจ ไม่มีอาการหน่วงหรือค้างให้หงุดหงิดใจเลยครับ

แต่ข้อควรระวังที่ผมอยากเตือนจากประสบการณ์ตรงคือ หากใครกะจะเอาไปตัดต่อวิดีโอหนักๆ หรือทำกราฟิกซับซ้อน เครื่องจะเริ่มออกอาการเหนื่อยให้เห็นครับ รุ่นนี้จึงเหมาะกับงานทั่วไปในชีวิตประจำวันมากกว่าครับ

 แบตเตอรี่สุดอึดและคีย์บอร์ดที่ต้องปรับตัว

จุดเด่นที่ผมต้องขอปรบมือให้คือความอึดของแบตเตอรี่ครับ ผมพกเครื่องออกไปทำงานตั้งแต่เช้าตรู่จนถึงเย็น โดยไม่ต้องง้อสายชาร์จเลยครับ แบตเตอรี่ยังเหลือให้ใช้ดูหนังก่อนนอนได้อีกสบายๆ ครับ

แถมเวลาฉุกเฉิน ผมยังสามารถใช้พาวเวอร์แบงก์ของมือถือเสียบชาร์จผ่านพอร์ตยูเอสบีซีได้เลยครับ เป็นเกร็ดเล็กๆ ที่ช่วยชีวิตผมไว้ได้หลายครั้งเวลาหาปลั๊กไฟตามร้านกาแฟไม่ได้ครับ

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมต้องใช้เวลาปรับตัวพักใหญ่คือคีย์บอร์ดที่ไม่มีไฟใต้ปุ่มครับ เวลาต้องพิมพ์งานในห้องประชุมที่ปิดไฟมืดๆ ผมต้องเพ่งสายตาพอสมควรเลยครับ ใครที่พิมพ์สัมผัสไม่คล่องอาจจะต้องหงุดหงิดบ้างครับ

บทสรุปความคุ้มค่าที่ทุกคนสัมผัสได้

จากการคลุกคลีกับโน้ตบุ๊กรุ่นนี้อย่างจริงจัง ผมกล้าสรุปเลยครับว่านี่คือจุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบที่สุดสำหรับนักเรียน นักศึกษา หรือผู้ที่เพิ่งเริ่มเข้าสู่ชีวิตการทำงานครับ

ด้วยราคาเริ่มต้นที่เข้าถึงได้ง่าย แลกกับความลื่นไหลในการใช้งานทั่วไป และการได้ก้าวเข้าสู่อีโคซิสเต็มของแอปเปิลอย่างเต็มตัว ผมถือว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ครับ

หวังว่ารีวิวจากประสบการณ์ตรงของผมในวันนี้ จะเป็นแนวทางช่วยให้ทุกคนตัดสินใจเลือกซื้อโน้ตบุ๊กคู่ใจเครื่องใหม่ได้ง่ายขึ้นนะครับ ขอให้มีความสุขกับการใช้งานในทุกๆ วันครับ

แสดงความคิดเห็น (0)
ใหม่กว่า เก่ากว่า